รีวิวกล้องวงจรปิดลองเซ่ Longse DVR Security Kits

รีวิวกล้องวงจรปิดลองเซ่ Longse DVR Security Kits

0 6025

รีวิวกล้องวงจรปิดลองเซ่  Longse DVR Security Kits ชุดกล้องวงจรปิดระบบ HD-CVI รุ่น CVR5104 ติดเองง่ายๆ

ในปัจจุบันหลายท่านได้หันมาให้ความสนใจในเรื่องของความปลอดภัยของทรัพย์สินกัน ซึ่งเห็นได้จากช่วงที่ผ่านมานี้เทคโนโลยีด้านการบันทึกภาพอย่างกล้องวงจรปิด (CCTV) นั้นได้ถูกพัฒนามาค่อนข้างไกลมาก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบันทึกวีดีโอ (หรือ Digital video recorder เรียกสั้นๆ ว่า”DVR”) ที่มีรูปทรงของตัวเครื่องเล็กลงจากแต่ก่อนเป็นอย่างมาก แถมยังรองรับฟังก์ชันการใช้งานที่ทันสมัยกว่าแต่ก่อนอีกด้วย

นอกจากนี้ตัวกล้องที่ใช้รับภาพยังได้รับการพัฒนาไปไกลมากๆ ทำให้ตัวของเซ็นเซอร์มีขนาดเล็กลง แต่ก็ยังคงมีความคมชัดในระดับ HD กันเลยทีเดียว สำหรับตัวกล้องในเซ็ตนี้จะเป็นของ Longse รุ่น LBH24CV130S มีความละเอียดอยู่ที่ 1.3 ล้านพิกเซล (หรือรองรับการบันทึกภาพวีดีโอได้ในระดับ 720p) แถมตัวกล้องเองยังคงได้รับการติดตั้งระบบอินฟาเรดแบบ ICR filter มาให้อีกด้วย ทำให้สามารถใช้งานได้ดีทั้งในเวลากลางคืนหรือในที่ๆ มีแสงสว่างไม่มากนัก

ส่วนของ DVR ที่ใส่มาให้ภายในกล่องจะเป็นชุดกล้อง Longse ระบบ HD-CVI รุ่น CVR5104 ที่มาพร้อมกับพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อเข้ากับตัวกล้อง CCTV ทั้งหมด 4 พอร์ต แถมภายในตัวเครื่องก็ยังให้พอร์ต SATA ที่เอาไว้เชื่อมต่อเข้ากับฮาร์ดดิสก์แบบ SATA ได้สูงสุดที่จำนวน 2 ลูก (ภายในชุดจะไม่ได้แถมฮาร์ดดิสก์มาให้) ทั้งนี้เรายังสามารถเชื่อมต่อตัวเครื่อง DVR เข้ากับระบบเน็ตเวิร์คได้อีกด้วยเช่นกัน

ก่อนที่จะไปไล่ดูที่ส่วนของรายละเอียดภายในตัวเครื่อง DVR ที่ใช้สำหรับบันทึกวีดีโอนั้น ต้องขอพาคุณผู้อ่านมาไล่ดูกันที่หน้าตาของอุปกรณ์แต่ละชิ้นที่ใส่มาให้ภายในชุดนี้กันสักเล็กน้อย โดยตัวกล่องของรุ่นนี้จะมาเป็นชุดที่ให้เราสามารถประกอบติดตั้งเองได้ตามคู่มือ และไม่ต้องพึ่งช่างในการติดตั้งเลยแม้แต่นิด (แต่ต้องมีพื้นฐานในการใช้เครื่องมือช่างอยู่เล็กน้อยนะ)

เริ่มกันที่หน้าตาของตัวกล่องที่ใส่อุปกรณ์ต่างๆ ที่เราจะนำมาประกอบเป็นระบบกล้องวงจรปิดกันเสียก่อน

โดยที่ด้านข้างกล่องจะมีการระบุรายละเอียดที่เป็นคุณลักษณะเด่นของชุดประกอบสำเร็จรูปเซ็ตนี้เอาไว้ดังนี้
1. ตัวเครื่อง DVR รองรับมาตรฐานการบีบไฟล์วีดีโอที่บันทึกจากตัวกล้องแบบ H.264 หรือ MPEG-4 part 10 (Advance Video Coding) ซึ่งปัจจุบันมาตรฐานนี้ได้มีการนำเอามาใช้ใน Bluray และ HD-DVD แล้ว ทั้งนี้ H.264 ที่ถูกนำมาใช้งานกับระบบ CCTV จะมีขนาดไฟล์ที่เล็กกว่า MPEG4 และ MPEG2 โดยที่ความคมชัดยังคงเหมือนกับภาพต้นทางที่บันทึกมา
2. รองรับการดูย้อนหลังผ่านตัว DVR ได้
3. รองรับการเชื่อมต่อเข้ากับกล้อง CCTV ได้หลายตัว (ในรุ่นที่นำมารีวิวนี้ใช้งานกล้องได้สูงสุดที่ 4 ตัว)
4. รองรับการควมคุมกล้องวงจรปิดที่รองรับ PTZ ได้
5. สามารถสำรองข้อมูลบนเครื่อง DVR ผ่านทางพอร์ต USB และระบบเครือข่ายได้
6. รองรับการเรียกดูภาพสดๆ และภาพที่ถูกบันทึกผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์ และซอฟต์แวร์สำหรับติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ได้
7. รองรับการเชื่อมต่อจากสมาร์ทโฟนได้

สำหรับหน้าตาของตัวเครื่องบันทึกวีดีโอ หรือ DVR นั้นจะมาในโทนสีดำ และที่ด้านหน้าจะมีปุ่มที่เอาไว้ใช้สำหรับควบคุมตัวเครื่องติดมาให้บางส่วน

นอกจากนี้ที่ด้านหน้าก็ยังมีไฟที่เอาไว้แสดงสถานะการทำงานของตัวเครื่องติดมาให้อีกด้วย และหากควบคุมผ่านทางปุ่มไม่ค่อยถนัดมือนักที่ด้านหน้าของตัวเครื่องก็ยังมีพอร์ต USB ติดมาให้ไว้เสียบใช้งานกับเมาส์ได้ด้วยนะ

ไขน็อตมาส่องดูที่ด้านในของเครื่อง DVR กันสักหน่อย โอ้ว…ทำไมมันโล่งเช่นนี้ แต่ช้าก่อนอย่าพึ่งตกใจไปที่เห็นโล่งๆ แบบนี้จริงๆ แล้วเขาเว้นที่เอาไว้ให้เราใส่ฮาร์ดดิสก์ตังหาก

โดยตัวของ DVR ที่มาในชุดนี้คือรุ่น “CVR5104” สำหรับรุ่นนี้รองรับการใส่ฮาร์ดดิสก์ได้มากถึง 2 ลูง จากภาพด้านบนจะเห็นว่ามีการเจาะรู้ไว้ให้เราสามารถยึดฮาร์ดดิสก์ติดเข้ากับตัวเคสของเครื่อง DVR ได้ง่าย ซึ่งจากที่ได้ลองๆ วัดดูแล้วสามารถใส่ฮาร์ดดิสก์ได้ตั้งแต่ขนาด 2.5 ไปจนถึง 3.5 นิ้วเลยทีเดียว ทั้งนี้ที่บริเวณด้านข้างของตัวเคสได้มีการเว้นช่องไว้ให้ติดพัดลมตัวเล็กเพิ่มเข้าไปได้

ซูมเข้าไปที่เมนบอร์ดจะเห็นว่ามีการใส่พอร์ต SATA มาให้ทั้งหมด 2 พอร์ตด้วยกัน ซึ่งก็แน่นอนว่ามันสามารถรองรับฮาร์ดดิสก์ได้มากถึง 2 ลูก แถมบริเวณข้างๆ กันที่เป็นส่วนของชิปประมวลผลก็ได้มีการติดตั้งฮีทซิงค์สำหรับระบายความร้อยเอาไว้ด้วย

โดยที่ตัวของขายึดเราสามารถปรับหมุนได้มากถึง 360 องศา และสามารถปรับมุมก้มเงยได้ประมาณ 45 องศา ซึ่งส่วนที่บริเวณของฐานที่ใช้สำหรับยึดติดกับผนังจะมีน็อตหกเหลี่ยมที่เอาไว้ใช้ยึดไม่ให้ตัวกล้องสามารถขยับได้ หลังจากที่เราได้ทำการตั้งมุมของตัวกล้องเรียบร้อยแล้ว

ถัดมาที่ส่วนที่เป็นหลอดหลอดไฟ LED ของอินฟาเรดนั้นจากที่ได้ลองๆ นับดูแล้วก็มีอยู่ทั้งหมด 24 หลอดด้วยกัน ซึ่งก็ถือว่าเพียงพอกับการใช้งานในที่มืดๆ หรือที่ๆ มีแสงสว่างไม่มากนักเลยล่ะ

นอกจากนี้ตัวเลนส์ขนาด 3.6 มิลลิเมตรที่อยู่ทางด้านหน้าของเซ็นเซอร์รับภาพนั้น จะเป็นแบบตายตัวไม่สามารถปรับหรือเปลี่ยนเลนส์ได้

จะเห็นว่าที่ด้านบนของตัวกล้องจะมีส่วนที่เป็นฮูดติดมาให้เราไว้ได้ปรับใช้งานด้วย ซึ่งข้อดีของมันจะช่วยป้องกันแสงที่จะเข้ามากระทบหน้าเลนส์กล้องได้ ในกรณีที่เรานำไปติดตั้งในมุมที่อาจจะโดนแดดส่องมาถึง

หลังจากที่ได้ไปดูส่วนที่เป็นตัวเครื่อง DVR และกล้อง CCTV ที่ใส่มาให้ภายในชุดกันไปแล้ว ทีนี้มาดูที่ของแถมที่แถมมาให้ภายในชุดกันอีกสักเล็กน้อย

อุปกรณ์ที่แถมมาให้หลักๆ แล้วจะเหมือนกับภาพทางด้านบน แต่ถ้ารวมปลีกย่อยด้วยแล้วจะประกอบไปด้วย
1. สายสัญญาณ RG6 แบบบางที่ติดมาพร้อมกับสายไฟสำหรับจ่ายไฟไฟเลี้ยงตัวกล้องวงจรปิดด้วย จำนวน 3 ชุด
2. ชุดสายไฟ AC และอะแดปเตอร์แปลงไฟขนาด 12V สำหรับจ่ายไฟไปเลี้ยงตัวกล้อง CCTV และ DVR จำนวน 1 ชุด
3. หัวแปลงสายไฟไปเลี้ยงอุปกรณ์ต่างๆ จากอะแดปเตอร์ (แบบเข้า 1 ออก 5) จำนวน 1 ชุด
4. สายไฟสำหรับจ่ายไฟไปเลี้ยงฮาร์ดดิสกิ์ จำนวน 1 เส้น
5. สายสัญญาณข้อมูลแบบ SATA สำหรับใช้เชื่อมต่อระหว่างฮาร์ดดิสก์เข้ากับตัว DVR จำนวน 1 เส้น
6. เมาส์ขนาดเล็กแบบเชื่อมต่อผ่านทางสาย USB จำนวน 1 ชุด
7. น็อตสำหรับยึดฮาร์ดดิสก์เข้ากับเคสตัว DVR จำนวน 1 ชุด
8. คู่มือและแผ่นซีดี จำนวน 1 ชุด

ทั้งนี้ส่วนที่เป็นกล่องของตัวกล้อง CCTV จะมาพร้อมกับคู่มือ และชุดน็อตสำหรับยึดตัวกล้องเข้ากับผนังอีกกล่องละ 1 ชุดด้วย รวมเป็นทั้งหมด 4 ชุด เรียกได้ว่านำไปติดใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องหาอุปกรณ์เพิ่มเลยล่ะ ขอเพียงแค่มีสว่านไว้สำหรับเจาะรูยึดน็อตของตัวกล้องก็พอแล้ว

จากที่ได้พาคุณผู้อ่านทุกท่านไปไล่ดูกันที่ส่วนของดีไซน์และรายละเอียดของอุปกรณ์หลัก อย่างเช่น เครื่องบันทึก DVR และตัวกล้อง CCTV ว่ามีคุณสมบัติเด่นในจุดไหนบ้างกันไปแล้ว มาถึงส่วนนี้จะขอพาไปดูพอร์ตที่ใช้สำหรับเชื่อมต่อเข้ากับตัวอุปกรณ์ต่างๆ กันต่อเลย

หน้าตาที่ด้านหลังของเครื่องบันทึก DVR รุ่น CVR5104 จะมีหน้าตาเช่นนี้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าที่ด้านหลังของเครื่องจะมีช่องต่อกล้อง CCTV ทั้งหมด 4 พอร์ตด้วยกัน

สำหรับส่วนต่างๆ ที่อยู่ทางด้านหลังของตัวเครื่องนั้นจะประกอบไปด้วย
1. สวิทช์สำหรับ เปิด-ปิด ตัวเครื่อง DVR
2. พอร์ตสำหรับรับไฟ DC 12V จากอะแดปเตอร์
3. พอร์ต LAN สำหรับเชื่อมต่อ DVR เข้ากับระบบเครือข่าย จำนวน 1 พอร์ต
4. พอร์ต VGA สำหรับเชื่อมต่อเข้ากับหน้าจอมอนิเตอร์ จำนวน 1 พอร์ต
5. พอร์ต HDMI สำหรับเชื่อมต่อเข้ากับหน้าจอมอนิเตอร์ จำนวน 1 พอร์ต
6. พอร์ต USB จำนวน 2 พอร์ต
7. พอร์ต Audio in/out จำนวน 2 พอร์ต
8. พอร์ต Video in สำหรับเชื่อมต่อเข้ากับกล้องวงจรปิด จำนวน 4 พอร์ต

จากภาพด้านบนนี้ก็คือหน้าตาของหัวต่อที่ใช้สำหรับเชื่อมต่อสายเคเบิล RG6 ระหว่าง DVR กับกล้อง CCTV ซึ่งจะเห็นว่าสีเหลืองๆ นั้นจะเป็นส่วนของภาพ และส่วนที่เป็นสีแดงๆ นั้นจะเป็นสาย Power สำหรับจ่ายไฟให้กับตัวกล้องนั่นเอง

ผ่านกันไปแล้วสำหรับส่วนของข้อมูลและรายละเอียดของส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวกับชุดบันทึก DVR และกล้อง CCTV ในเซ็ตนี้ ซึ่งสำหรับการติดตั้งนั้นก็ถือว่าไม่ยากมากสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป เพราะว่าภายในชุดจะมีคู่มือฉบับสั้นๆ ที่มาพร้อมกับรูปภาพประกอบอย่างครบถ้วนในระดับหนึ่งเลยก็ว่าได้ ซึ่งหลังจากที่เราได้ทำการประกอบชุดกล้องวงจรปิดเรียบร้อยแล้วก็เริ่มมาเปิดเครื่องใช้งานไปพร้อมๆ กันได้เลย

สำหรับการตั้งค่าการใช้งานครั้งแรกนั้นก็ไม่ยาก เพียงแค่เราทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทุกชิ้นให้เรียบร้อยก็สามารถเปิดใช้งานได้ทันที

ซึ่งการเปิดใช้งานครั้งแรกก็ไม่ต้องกังวลไปเลยว่ากล้อง CCTV ที่เรามีการเชื่อมต่อเสร็จเรียบร้อยแล้วมันจะมีภาพแสดงขึ้นมาหรือไม่? เพราะถ้าหากเราประกอบทุกอย่างถูกต้องตัวของเครื่อง DVR มันจะทำการค้นหาและแสดงภาพจากกล้องขึ้นมาอัตโนมัติ และตัวเครื่อง DVR ก็จะทำการตั้งค่าความละเอียดของตัวกล้องให้อัตโนมัติด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้จากภาพด้านบนจะมีเมนูสำหรับตั้งค่าวันที่และเวลาให้กับตัวเครื่อง DVR ก่อนเริ่มต้นการใช้งานเป็นอันดับแรก หรือถ้าใครต้องการที่จะเปลี่ยนการแสดงผลเมนูจากภาษาอังกฤษไปเป็นภาษาไทยก็สามารถตั้งค่าได้ที่ส่วนนี้เลยนะ

หลังจากที่ได้ทำการตั้งค่าการใช้งานเบื้องต้นกันไปแล้วก็จะเข้ามาสูหน้าจอหลักที่ใช้สำหรับแสดงภาพจากกล้อง CCTV แต่ละตัว

โดยที่หน้าจอที่ใช้สำหรับแสดงภาพกล้องแต่ละตัวนั้นเราสามารถคลิ๊กขาว เพื่อที่จะเลือกรูปแบบการแสดงผลภาพได้ว่าต้องการแสดงภาพจากกล้องตัวใดตัวหนึ่ง หรือจะเลือกให้แสดงกล้องทุกตัวพร้อมกันเลยก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้เมื่อเราคลิ๊กขวาแล้วก็สามารถเลือกเข้าไปที่หน้าเมนูหลักได้ด้วย (ตามภาพด้านบน)

สำหรับส่วนของเมนูหลักนั้นก็จะมีเมนูย่อยให้เลือกทั้งหมด 6 เมนูด้วยกัน ซึ่งได้แก่ Storage, Alarm, System, Advanced, Info และ Shutdown ทั้งนี้จะขอยกตัวอย่างเมนูที่สำคัญๆ ออกมาให้ได้รับชมกันบางส่วนนะ

ขอเริ่มกันที่เมนู “System” ที่ใครหลายๆ คนอาจจะต้องการตั้งค่าให้สามารถดูกล้อง CCTV ผ่านระบบเครือข่ายเน็ตเวิร์คได้

ซึ่งส่วนนี้ก็รวมถึงการตั้งค่าการใช้งานให้สามารถใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตได้ด้วย แต่มีข้อแม้ว่าการตั้งค่าให้สามารถใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตได้นั้นจะต้องมีการไปทำ Port Forward และ Dynamic DNS ที่ Router ก่อน

จัดการทุกอย่างที่เกี่ยวกับฮาร์ดดิสก์ได้ด้วยการเข้าไปที่เมนู Advanced > HDD Manage

หากต้องการจัดการทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับฮาร์ดดิสก์ที่เราใช้สำหรับเก็บภาพที่บันทึกจากกล้อง CCTV ได้นั้น เราสามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่ HDD Manage ซึ่งส่วนนี้เราสามารถเลือกโหมดในการบันทึกข้อมูลได้ไม่ว่าจะเป็นแบบ Read/Write, Read Only, Redundant หรือถ้าต้องการจะ Fomat HDD ก็สามารถทำได้ที่ส่วนนี้ ทั้งนี้การใช้งานปกติแนะนำให้เลือกเป็น Read/Write หรือจะเลือกเป็น Redundant ในกรณีที่ใส่ฮาร์ดดิสก์ 2 ลูก (อีกลูกหนึ่งจะทำการสำรองข้อมูลจากอีกลูกหนึ่ง)

สำหรับการลบหรือเพิ่ม Account ต่างๆ สามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่เมนู Advanced เช่นกัน

โดยที่การสร้าง Account แต่ละอันนั้นเราก็ยังสามารถกำหนดสิทธิ์การใช้งานของแต่ละ Account ได้ด้วยการกำหนดให้แต่ละ Group สามารถใช้งานอะไรได้บ้าง อย่างเช่น Group: Admin จะสามารถควบคุม เรียกดูภาพวีดีโอ หรือปรับเปลี่ยนค่าบน DVR ได้ทั้งหมด ส่วน Group: User เราสามารถกำหนดให้เรียกดูได้แค่ภาพวีดีโอ แต่ไม่สามารถแก้ไขการตั้งค่าส่วนอื่นๆ ได้

อีกหนึ่งเมนูที่น่าสนใจก็คือ Alarm ที่จะเป็นส่วนที่ใช้สำหรับการแจ้งเตือนความผิดปกติของตัวเครื่อง DVR และกล้อง CCTV สำหรับตัวกล้องนั้นก็สามารถจับความเคลื่อนไหวได้ ซึ่งเราก็สามารถเลือกตั้งค่าให้มันแจ้งเตือนเราได้ในกรณีที่พบว่ามีการเคลื่อนไหวของสิ่งแปลกปลอม หรือจะแจ้งเตือนในกรณีที่ฮาร์ดดิสก์ชำรุด เป็นต้น

มาดูกันที่คุณภาพของภาพที่ได้จากตัวกล้อง CCTV ทั้ง 4 ตัวกันบ้าง ซึ่งก็พบว่าคุณภาพของภาพนั้นอยู่ในระดับที่คมชัดใช้ได้เลย และก็ยังพบว่าภาพที่ออกมานั้นไม่ได้หยาบมากจนเกินไป ทั้งนี้เมื่อเราคลิ๊กขวาที่เมาส์จะมี Pop-up เมนูเด้งขึ้นมาอย่างที่ได้อธิบายไปแล้วก่อนหน้านี

เราสามารถเรียกดูกล้องวงจรปิดผ่านทางระบบเครือข่ายภายในบ้าน หรือเครือข่ายอินเทอร์เน็ตด้วยเว็บเบราว์เซอร์ และยังสามารถใช้แอพฯ สำหรับดูกล้องวงจรปิดที่รองรับการเชื่อมต่อในรูปแบบ P2P ผ่านทางสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย

อย่างที่ได้บอกว่ากล้องที่ใส่มาให้ภายในชุดสามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวของสิ่งแปลกปลอมได้ เราจึงได้ทำการทดสอบให้ดูว่ามันสามารถทำฟังก์ชันนี้ได้จริงๆ นะ สำหรับฟังก์ชันการตรวจจับความเคลื่อนไหวก็ถือว่าเป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่กล้อง CCTV ในสมัยนี้สามารถทำได้อยู่แล้ว

นอกจากนี้ถ้าหากพบว่าในการใช้งานในช่วงเวลาที่มีแสงปกติ เราสามารถที่จะเลือกปรับความคมชัด และปรับเพิ่มความสว่างของภาพเพิ่มเติมได้ด้วย

ทั้งนี้ถ้าเป็นโหมดใช้งานในที่มืดหรือที่ๆ มีแสงสว่างน้อยตัวกล้องจะปรับไปเป็นโหมดอินฟาเรดแทน ซึ่งโหมดนี้จะสามารถรับชมภาพเป็นแบบขาวดำได้เท่านั้น แต่เราก็สามารถปรับเพิ่มหรือลดความสว่างของภาพเพิ่มเติมได้เช่นกัน

ปิดท้ายกันที่เมนู Encode ที่เป็นส่วนหลักที่ใช้ในการเข้ารหัสวีดีโอที่บันทึกมาจากกล้อง CCTV โดยที่ส่วนนี้เราสามารถเลือกตั้งค่าการบีบอัดไฟล์ และเลือกความละเอียดของภาพให้เข้ากับความสามารถที่ตัวกล้องสามารถทำได้ ซึ่งส่วนนี้ตัวเครื่องจะตั้งค่ามาให้อัตโนมัติอยู่แล้วตั้งแต่ตอนเปิดให้งานครั้งแรก


สรุป
ข้อดีของ Longse DVR Security Kits by LEOTECH
1. เป็นชุดกล้องวงจรปิดแบบสำเร็จรูปที่สามารถติดตั้งใช้งานได้ง่าย โดยที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งช่างเลยแม้แต่น้อย
2. ตัวเครื่องบันทึก DVR สามารถรองรับฮาร์ดดิสก์ได้สูงสุด 2 ลูก รองรับการติดตั้งฮาร์ดดิสก์ได้ทั้งขนาด 2.5 และ 3.5 นิ้ว
3. มีพอร์ต LAN สามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบเน็ตเวิร์ค และสามารถเรียกใช้งานผ่านทางระบบเน็ตเวิร์คได้
4. ตัวเครื่อง DVR รองรับการรับชมผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลา และยังรองรับการเชื่อมต่อในรูปแบบของ P2P เข้ากับแอพฯ ดูกล้องวงจรปิดที่อยู่บนสมาร์ทโฟนด้วย

ข้อเสียของ Longse DVR Security Kits by LEOTECH
1. ภายในชุดไม่มีฮาร์ดดิสก์แถมมาให้ต้องซื้อมาใส่เพิ่มเอง
2. ไม่มีสายไฟและสาย SATA สำหรับต่อเพิ่มฮาร์ดดิสก์ลูกที่ 2 มาให้

Longse DVR Security Kits ชุดกล้องวงจรปิดสำเร็จรูป ระบบ HD-CVI รุ่น CVR5104 จาก LEOTECH
ราคา  14,900 บาท

Longse DVR Security Kits by LEOTECH รุ่นที่ทางเราได้นำมารีวิวนี้เป็นชุดกล้องวงจรปิดสำเร็จรูปขนาดเล็กที่สามารถรองรับการติดตั้งกล้อง CCTV ได้สูงสุดที่ 4 ตัว ซึ่งก็ค่อนข้างจะเหมาะกับการนำไปใช้งานกับบ้านที่มีพื้นที่ไม่มากนัก โดยภายในชุดจะประกอบไปด้วยอุปกรณ์หลัก อย่างเช่น DVR ระบบ HD-CVI รุ่น CVR5104 และกล้อง CCTV รุ่น LBH24CV130S ที่ถือว่าใช้งานได้ดีเลยทีเดียว

ซึ่งจากการที่ได้ทดสอบใช้งานก็พบว่าตัวเครื่อง DVR ค่อนข้างใช้งานได้ง่ายสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป สำหรับตัวกล้องที่มาพร้อมกับความละเอียด HD (720p) นั้นก็ให้ความคมชัดได้ดีทีเดียว ถึงแม้จะเป็นกล้องที่เน้นการใช้งานในมุมกว้างก็ตาม สำหรับการใช้งานในช่วงกลางคืนหรือที่ๆ มีแสงไม่มากนักระบบอินฟาเรดก็ยังคงให้รายละเอียดได้ครบถ้วน (ถึงแม้ว่าจะเป็นภาพขาวดำก็ตาม)

สำหรับท่านใดที่กำลังมองหาชุดกล้องวงจรปิดที่สามารถติดตั้งใช้งานเองได้ และมีราคาไม่สูงมากนัก แถมยังรองรับการใช้งานหรือเรียกดูภาพจากกล้องวงจรปิดผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลาก็ต้องขอแนะนำชุดนี้เลย

ขอขอบคุณ: http://www.hdplayerthailand.com/review_detail.asp?desc=3&topic_id=2003
ที่ทำการรีวิวสินค้า


สนใจสั่งซื้อกล้องวงจรปิดลองเซ่

ช่องทางออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ : www.store.leotech.co.th

บริษัท ลีโอเทคโนโลยี แอนด์ มาร์เกตติ้ง จำกัด
56/32 หมู่ 1 ซ.ท่าอิฐ ถ.รัตนาธิเบศร์
ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
เบอร์โทร 1 : 02-926-1870 เบอร์โทร 2 : 02-595-8000 เบอร์แฟกซ์ : 02-924-6644
อีเมลล์ : info@leotech.co.th

NO COMMENTS

Leave a Reply

*